Thai Afrikaans Albanian Arabic Armenian Azerbaijani Basque Belarusian Bulgarian Catalan Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) Croatian Czech Danish Dutch English Estonian Filipino Finnish French Galician Georgian German Greek Haitian Creole Hebrew Hindi Hungarian Icelandic Indonesian Irish Italian Japanese Korean Latvian Lithuanian Macedonian Malay Maltese Norwegian Persian Polish Portuguese Romanian Russian Serbian Slovak Slovenian Spanish Swahili Swedish Turkish Ukrainian Urdu Vietnamese Welsh Yiddish

เข้าระบบ



สถิติผู้มาเยี่ยม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้88
mod_vvisit_counterวานนี้271
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้620
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน1822
mod_vvisit_counterเดือนนี้5702
mod_vvisit_counterเดือนก่อน6553
mod_vvisit_counterรวม339939

Online (20 minutes ago): 7
Your IP: 54.211.219.20
,
Now is: 2014-12-23 10:16

เวลาขณะนี้

ทฤษฎีโน๊ตสากล ตอนที่ 1 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ตาเรน (วิชิต ใจน้ำ)   

     โน๊ตสากล  เป็นภาษาดนตรีที่ใช้ได้ทั่วโลก...ถ้าสามารถเล่นดนตรีประกอบอ่านโน๊ตสากลได้ 

ก็ตระเวนท่องเที่ยวและแสดงฝีมือทางดนตรีได้ทั่วโลก...การคิดและทำความเข้าใจในตัวโน๊ต...

เกิดความคิดสร้างสรรใหม่ ๆในด้านดนตรี...สร้างเสียงดนตรีทำนองแปลก ๆ ใหม่ ๆ ไม่แน่นักว่า

จะดังเปรี๊ยงปร๊างขึ้นมา..ทันตาเห็น..ยิ่งเรียนยิ่งสนุก...

    บ๊ะ..ชักอยากเรียนแล้วซิ...ป๊ะ..ไปเรียนกันเล๊ย.ย..ย..ของฟรี  อยู่ที่นี่เด้อครับเด้อ..อิ..อิ.. 

  ทฤษฎีโน๊ตสากล  ตอนที่ 1

  ทฤษฎีโน๊ตสากล  ตอนที่ 2, 3

  ทฤษฎีโน๊ตสากล ตอนที่ 4  Seventh Chords พื้นฐานการสร้างคอร์ด โดมินันท์ เซเว่นท์ 

  ทฤษฎีโน๊ตสากล  ตอนที่ 5  More Seventh Chords การสร้างคอร์ดเซเว่นท์อื่น ๆ    

  ทฤษฎีโน๊ตสากล  ตอนที่ 6  Seventh Chords Inversion

  ทฤษฎีโน๊ตสากล  ตอนที่ 7  Diatonic Triads 

  ทฤษฎีโน๊ตสากล ตอนที่ 8  Diatonic Seventh Chords 

***************************************************************************************** 

The Staff, Clefs, and Ledger Lines

 

Grand Staff

 บรรทัด 11 เส้น  แบ่งเป็น 2 กลุ่มเพื่อให้อ่านได้ง่ายขึ้น

 

Clefs 

เป็นกุญแจซอล 5 เส้น

เป็นกุญแจฟา   5 เส้น

โดยมีเส้นที่ 6 เชื่อมระหว่างกุญแจซอล และ กุญแจฟา เรียกว่า เส้นน้อย

 

 Ledger Lines

ตัวโน๊ตที่วางอยู่ในกุญแจ ซอล และกุญแจ ฟา

                      http://youtu.be/MCRP5cOYcSs  วีดีโอ note#1

 

 Note Duration = ลักษณะตัวโน๊ตต่าง ๆ

 

 ตัวโน๊ต     http://www.youtube.com/watch?v=iIOVYGHsVhc&feature=g-upl  = วีดีโอ..ตอนที่ 2 อธิบายตัวโน๊ต

            

 Measures and Time Signature = อัตตราส่วนโน๊ต 

 http://www.youtube.com/watch?v=OWFp2jdTcLg&feature=youtu.be = วีดีโอ.ตอนที่ 3 อัตราส่วนโน๊ต

 

Rest Duration = ตัวหยุด

 

ตัวหยุดชนิดต่าง ๆ

 

 Dot = โน๊ตปะจุด = ให้เล่นเสียงเพิ่มอีกครึ่งเสียงของโน๊ตตัวหน้า

Tie = ไทซ์โยง = ให้เล่นเสียงเพิ่มอีกตามตัวโน๊ตที่มีไทซ์โยง

(ส่วนมากโยงระหว่างเส้นกั้นห้อง หรือเส้นสมมติกลางห้อง)

 

Imagine line = เส้นสมมติ

 imagine line = เส้นสมมติ  คือเส้นที่นักดนตรีจินตนาการขึ้นมาก่อนเข้าจังหวะที่ 3  เพื่อให้การ

อ่านโน๊ตไม่ผิดส่วนโน๊ต หรือไม่ผิดจังหวะ  และอ่านง่ายขึ้น  งงเด๊ะ  งง.. ซิ..งง.. อิ..อิ..

 

ดู 2 ภาพนี้

เขียนโน๊ตผิด..เพราะเขียนโน๊ตไม่มีเส้นสมมติ...

 

เขียนโน๊ตถูกต้อง...เพราะมีเส้นสมมติ

ทีนี้ก็เข้าใจแล้วว่า...เส้นสมมติคือเส้นหยั๋ง..อิ..อิ..เฮ้อ..โล่ง

           

Flat, Sharp, Natural

Flat = ต่ำลงครึ่งเสียง                         Double flat = ต่ำลง 1 เสียง

Sharp = สูงขึ้นครึ่งเสียง                     Double sharp = สูงขึ้น 1 เสียง

Natural = เล่นโน๊ตปกติ

  

 

 

ตัวอย่างอัตราส่วนโน๊ตใน 1 บาร์ หรือ 1 ห้อง 

 

 

กฎหลัก  (สำคัญมาก) 

 

ระยะห่างของเสียง 1 เสียงเต็ม  เฉพาะ 3-4 และ 7-8 ห่างกัน ครึ่งเสียง

กฎนี้นำไปใช้กับระดับเสียงอื่น ๆ ได้ทั้ง 12 เสียง

 

 ระยะห่างของเสียง 1 เสียงเต็ม  เฉพาะ 2-3 และ 5-6 ห่างกัน ครึ่งเสียง

 

สำหรับชื่อเรียกประจำตัวโน๊ตแต่ละตัวนี้..ก็จำผ่าน ๆ ไปก่อนละกันเน๊าะ..

 

กุญแจเสียง  สำคัญมาก..จะค่อย ๆ อธิบายนะครับ

 

อธิบาย   0 หรือ เนเจอร์รัล  คือบรรไดเสียง C (โด)  จะไม่มีแฟล๊ท หรือ ชาร์ฟ

              ติดมาในบรรไดเสียงนี้ 

              (อยู่ในกฎหลัก C เมเจอร์ หรือกฎจากเครื่องดนตรี เอาเปียโนเป็นกฎ)

หมายเหตุ  แฟล๊ท = ให้ค่าเป็น ลบ -

                  ชาร์ฟ  = ให้ค่าเป็น บวก +  

 

Key Signature = กุญแจเสียง (บันไดเสียงต่าง ๆ)

 

 

ตัวอย่าง คีย์ ฟา (F major)

จากกฎ 1-2-3   และ3-4 =ครึ่งเสียง 

             4-5-6-7 และ 7-8 =ครึ่งเสียง

    ดูตามภาพ จะเห็นว่า  เริ่มด้วย ฟา     เป็นตัวที่ 1

                                                   ซอล  เป็นตัวที่ 2

                                                   ลา     เป็นตัวที่ 3

กฎ บังคับให้ 3-4 = ครึ่งเสียงแต่ตามภาพนี้ 3-4 = 1 เสียง ตัว ซี (B) จึงต้องแคบเข้าครึ่งเสียง

      จึงกลายเป็น           Bb (ซีแฟล๊ต)  เป็นตัวที่ 4

                                                   โด     เป็นตัวที่ 5

                                                    เร      เป็นตัวที่ 6

                                                     มี     เป็นตัวที่ 7

                                                     ฟา   เป็นตัวที่ 8

      ดูตามภาพจะเห็นว่า 7-8 อยู่ตามกฎของเสียง (เครื่องดนตรี) อยู่แล้ว

 

      เอ...งงป่าวหว่า..??

 

      ถ้าไม่งง...ลองซ้อมมือเขียนคีย์ต่าง ๆ ตามรูปบันไดเสียงดูครับ

หรือจะลองกดคีย์เปียโนดู  ก็ยิ่งจะเข้าใจเร็วขึ้นครับ...เช่น

 

      คีย์ ซอล...(G)  เริ่มด้วยตัว  ซอล  เป็นตัวที่ 1  ก็ไล่เรียงขึ้นไปให้ได้ตามกฎเมเจอร์

ดูซิว่าตัวโน๊ตจะพาเราจรไปติดคีย์แฟล๊ต หรือ ชาร์ฟ  ตัวไหนบ้าง

      ภาษานักดนตรี ก็จะบอกกันว่า  คีย์ 1 ชาร์ฟ,  คีย์ 1 แฟล๊ต, คีย์ 2 ชาร์ฟ, คีย์ 3 แฟล๊ต

จนกระทั่งถึง 5 แฟล๊ต  5 ชาร์ฟ .หรือ 7 แฟล๊ต 7 ชาร์ฟ..เป็นต้น...เอ้า...ลองทำดูครับ

พอทำได้ เข้าใจ ก็จะสนุกไปเรื่อย ๆ ทีเดียว..อิ..อิ.. 

 photo musictheory_zpse139c114.jpg 

 

Generic Intervals  ขั้นคู่เสียง 

 สำคัญ  เพราะเครื่องดนตรีที่ระดับเสียงไม่เหมือนกัน...ต้องการให้ออกเสียงเดียวกัน

หรือประสานเสียงระหว่างเครื่องดนตรีชนิดเดียวกันหรือต่างชนิดกัน...หลายชิ้น

 

ระดับเสียง Cmajor  จากคู่ที่ 1  ตามละดับจนถึงคู่ที่ 8

โดยยึดหลักจากแผนภูมินี้...เป็นกฎ  ใช้เรียกคู่เสียงหรือเทียบเคียงขั้นคู่

ในระดับเสียงอื่น ๆ

 

ตัวอย่างนี้  C major,    D major,  E major....

 

Specific Intervals = ขั้นคู่เสียงพิเศษ

  เมื่อตัวโน๊ตตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป  มาใช้งานร่วมกัน  ก็เกิดขั้นคู่เสียงขึ้น  ทำให้เกิดเสียง

เมเจอร์  ไมเนอร์ หรือเพอร์เฟ๊ก  จึงต้องนำมาทำความเข้าใจก่อนครับ

 

คู่ 2 เมเจอร์  และแคบเข้ามาครึ่งเสียง  เป็น คู่ 2 ไมเนอร์

 

คู่ 2 เมเจอร์

 

คู่ 3 เมเจอร์

 

คู่ 4 เพอร์เฟค

 

คู่ 5 เพอร์เฟค

 

คู่ 6 เมเจอร์

 

คู่ 7 เมเจอร์

 

คู่ 8 เพอร์เฟค  คือ โด ถึง โด

 

minor intervals

ชื่อเรียก คู่เมเจอร์  เมื่อแคบเข้าครึ่งเสียง  เป็นคู่ไมเนอร์...

ชื่อเรียก คู่เพอร์เฟค  เมื่อกว้างออกครึ่งเสียง  เป็นคู่อ๊อคเมนเตด...

 

ตัวอย่างคู่ไมเนอร์

 

ตัวอย่างคู่อ๊อคเมนเตด

      ***************************************************

   บทต่อไป ขอย้ายไปเขียนในหัวข้อ "ทฤษฎีโน๊ตสากล ตอนที่ 2"  ละกันเน๊าะ..อิ..อิ.. 

    เริ่มด้วย...Interval  Inversion  การพลิกกลับ (ผกผันช่วงเวลา) ต่อตอนที่ 2 ที่นี่ครับ